‘ผบ.ทอ.’ลั่นจัดการเด็ดขาด โดรนบินเข้าพื้นที่ต้องห้าม

“บิ๊กจอม” เตือนผู้ใช้โดรน ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากบินเข้ามาในพื้นที่สนามบินหรือพื้นที่ต้องห้าม ทอ.เตรียมยุทโธปกรณ์พิเศษยับยั้ง พร้อมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 9 ส.ค. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “เดลินิวส์ออนไลน์” ถึงกรณีที่มีผู้พบเห็นการปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือ โดรน

บินอยู่ที่ระดับความสูง 3,000-3,500 ฟุต หรือประมาณ 900-1,100 เมตร และบินห่างจากปีกขวาของเครื่องบินเพียง 20 เมตร จึงมีความกังวลว่าจะเป็นอันตรายกับเครื่องบินที่กำลังบินอยู่สนามบินดอนเมืองว่า เรื่องของการใช้โดรนถ้าใช้โดรนบินบริเวณสนามบิน ที่มีเครื่องบินถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และการที่โดรนติดอุปกรณ์ถ่ายรูปจะกลายเป็นนิยามของอากาศยานไม่ใช่เครื่องเล่น ดังนั้นเมื่อเป็นอากาศยานจะต้องขึ้นทะเบียน และขออนุญาตบินตามประกาศของกระทรวงคมนาคม และถ้าใช้โดรนบินถ่ายรูปในพื้นที่สงวนพื้นที่ต้องห้ามจะผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองความลับในราชการ พ.ศ.2483 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย ถือว่าผิด และถ้าทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจะก่อให้เกิดความเสียหาย

ผบ.ทอ. กล่าวว่า ในฐานะที่ทอ.เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง คงยอมไม่ได้ที่จะให้มีการละเมิดกฎหมาย และถ้าตรวจพบไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม จะต้องดำเนินการเพื่อให้มีการจับกุมเกิดขึ้น ซึ่งอำนาจการจับกุมอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.เดินอากาศฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกา กล่าวเรื่องนี้ไว้ชัดเจน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ดังนั้นกระทรวงกลาโหมขอมีส่วนร่วมในการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้บิน ทั้งนี้ ทอ.เองได้เตรียมยุทโธปกรณ์พิเศษเพื่อยับยั้ง มิให้โดรนสามารถมาบินในเขตห้ามบินได้

ขณะที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.ไม่ได้มีอำนาจในการกำหนดเงื่อนไขการใช้งานโดรนแต่อย่างใด ซึ่งผู้ที่มีอำนาจถ้าตนจำไม่ผิดคือกรมการพาณิชย์ ซึ่งผู้ที่จะนำเข้าจะต้องไปขออนุญาตให้ถูกต้องก่อนแล้วจึงมาขอการอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์จาก กสทช. ส่วนคลื่นความถี่นั้นตนไม่แน่ใจว่าเป็นคลื่นย่านที่เท่าไหร่ เพราะไม่เกี่ยวกับกสทช. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews