‘อินทรีย์…อินสคูล’ จากบ้านสู่โรงเรียน

หากคิดจะหาซื้อผักปลอดสารพิษหรือข้าวอินทรีย์ในเชียงใหม่ อาจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะไม่เพียงมีตลาดหลายแห่งที่มุ่งมั่นจำหน่ายผลผลิตที่พึ่งพาสารเคมีอย่างจริงจัง แต่คนกลุ่มหนึ่งยังพยายามที่จะทำให้เกษตรอินทรีย์เข้าไปสู่วิถีการบริโภคของเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ เครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม สถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน
และฮักเวียงช็อป ในนามชุมชนอินทรีย์เชียงใหม่ ร่วมกับข่วงอินทรีย์ แม่เหียะ จัดงานเสวนา “อินทรีย์ อินสคูล” ขึ้นเพื่อร่วมกันหาแนวทางและข้อเสนอแนะร่วมกัน “อินทรีย์กับเด็ก ๆ คิดว่าสอดคล้องกันอยู่แล้ว เพราะเป็นวิถีชีวิต แต่ละคนก็มีลูกมีหลานอยู่แล้ว เราก็สามารถให้เด็ก ๆ ของเรามาช่วยเราในแปลงได้ และก็ขยายต่อไปในโรงเรียน แต่การทำเป็นหลักสูตรยากมากขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหารด้วย จึงเริ่มต้นด้วยการพยายามให้โรงเรียนใช้ผักอินทรีย์ในการปรุงอาหารกลางวันให้เด็ก ทำมา 2 ครั้งแล้วก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้จะทำรอบที่ 3 เพราะว่าเรามีองค์กรภายนอกก็คือ Greenpeace จะเข้ามาช่วยโดยจูงใจด้วยเชฟที่จะมาทำอาหารให้ เราก็พยายามดันเต็มที่ นายก อบต.ก็ช่วยผลักดันให้อาหารที่โรงเรียนเป็นออร์แกนิก” ศรีแพร ดวงแก้วเรือน ประธานเครือข่ายแม่กาดเกษตรอินทรีย์เชียงใหม่ เล่าประสบการณ์
ครูวันวิสา นวพงษ์ไพบูลย์ รร.บ้านปง เสริมว่า วัฒนธรรมการกินแบบอินทรีย์มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว ผักข้างรั้ว ผักริมรั้ว ซึ่งเมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ จะเห็นแม่เอาหม้อใส่น้ำตั้งเตาไฟไว้ก่อน เสร็จแล้วก็เดินเลาะข้างรั้ว พอแม่กลับมาน้ำก็เดือดพอดี แม่ก็จะเอาผักใส่ลงไปก็คือนึ่ง จะกินแบบนี้เป็นประจำ แล้วพ่อมักจะบอกกับแม่ว่า แม่กินผักอย่างเดียวอย่างควายเราก็ซึมซับอย่างนี้มา ก็จะปลูกผักกินเอง พอมาเป็นครูก็คิดว่าจริง ๆ แล้วเป็นธุรกิจได้นะ เห็นเวลาแม่ปลูกเป็นแปลง พอถึงเวลาปลูกก็จะมีคนมาขอซื้อ ถ้ามีผักก็จะมีคนมาขอซื้อถึงที่เลย ก็คิดว่าทำไมเราไม่ปลูกใส่ในกระถางแล้วก็เอาใส่รถไปที่ตลาด ถ้าเกิดคนไหนที่เขาสนใจซื้อก็ให้เขาชี้เอาว่าเขาอยากจะซื้อต้นไหน สามารถเลือกได้จากตรงนั้นเราก็ติดมาจนถึงทุกวันนี้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth